BG17 :: แขนกลคนพิการ

ตอนนี้กำลังทำ

คะแนนโหวตที่โหล่แล้ว!! แต่กำลังใจยังเต็มที่อยู่ฮะ
 
ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเจ้าของผลงาน

สิขรรณ วรรธนะสาร

Innovation Inventor

ประเภทเดี่ยว

ชื่อมหาวิทยาลัย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การศึกษา

ปริญญาตรี

เพศ

ชาย

วันเกิด

22 มกราคม

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คะแนนโหวต 0.02%

ความคิดอัจฉริยะ

 


สวัสดีครับ!!! ยินดีต้อนรับเข้าสู่ blog แนะนำโครงงานแขนกลคนพิการของผมนะครับ

โครงงานนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ผมได้มีโอกาสพบกับผู้ป่วยอัมพาตระดับ quadriplegia คนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่สามารถขยับอวัยวะหรือรับรู้ประสาทสัมผัสใดๆ ที่อยู่ต่ำกว่าหัวไหล่ลงมาได้เลย (สามารถขยับได้แค่หัวไหล่สองข้าง และศีรษะเท่านั้น)
สิ่งที่ทำให้ผมเกิดแรงกระตุ้นคิดโครงงานนี้ขึ้นมาเกิดระหว่างการพูดคุยสนทนากัน โดยเขาก็เล่าความฝันเค้าให้ผมฟังว่าตอนแรกสมัยที่เป็นนักศึกษาก็เรียนด้านบริหาร กำลังจะเรียนจบแล้ว แต่อยู่มาวันหนึ่งรถตู้ที่นั่งกลับบ้านต่างจังหวัดเกิดพลิกคว่ำ ทำให้หลังเขาโดนกระแทกจนกระดูกสันหลังหักและเส้นประสาทส่วนC5 ฉีกขาด.. หลังจากใช้เวลา 1 ปีเต็มในการฝึกหายใจ พูด ขยับศีรษะ เขามีความคิดที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ว่าอยากเป็น"นักเขียน" เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว แง่มุมความคิดของตนเองให้กับสังคมผ่านทางหนังสือ.. ซึ่งจริงๆ แล้วโดยส่วนตัวผมเองก็รู้สึกในใจว่า สภาพร่างกายของเค้ามันคงไม่เอื้ออำนวย ต่ออาชีพนักเขียนเสียเท่าไหร่หรอก เพราะลำพังแค่เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ต้นฉบับก็ยังทำไม่ได้ หรือทุกวันเขาก็ต้องพึ่งหาพ่อแม่มาทำกายภาพบำบัดแขนขา... แต่แวบนึงก็คิดว่า แล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าผมสามารถสร้างอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่มาตอบโจทย์ตรงจุดนี้ให้กับเขา โดยอาศัยอวัยวะ หรือแหล่งป้อนสัญญาณคำสั่งอื่นๆ ที่เค้ายังหลงเหลืออยู่เพื่อมาควบคุมอุปกรณ์ตัวนี้ และคงจะต้องเป็นระบบควบคุมที่เอื้อต่อสภาพแวดล้อมที่มีผลจากปัจจัยภายนอก(disturbance) น้อยที่สุดเนื่องจากชีวิตปรกติเขาก็ไม่ได้อาศัยในห้องปรับอากาศ รวมถึงราคาต้นทุนเทคโนโลยีที่มีราคาถูก เพื่อให้เหมาะสมค่าครองชีพของประเทศเรา

ด้วยการวิเคราะห์ข้างต้นนี้ ผมเลยเกิดแนวคิดที่จะสร้าง"แขนกลต้นแบบ"และ"ระบบควบคุมแบบใหม่"ซึ่งสามารถตอบโจทย์ของเขาได้ และจะต้องสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปใช้จริงได้ในเร็วที่สุด ซึ่งผลจากการออกแบบทั้งด้านเครื่องกลและไฟฟ้า เข้าออกช็อปและนั่งบัดกรี และโค้ดโปรแกรมควบคุม ตลอด 5 เดือนของผมจะเป็นอย่างไร.. มาติดตามกันเลยครับ ^^

อย่างที่ได้เรียนไปข้างต้นว่า โปรเจคแขนกลคนพิการนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ผมได้พบกับ"ผู้ป่วยอัมพาต ระดับ C5" .. หลายท่านอาจจะคุ้นๆ ว่าได้เคยเรียนสมัยม.ปลายกับเจ้าคำว่า "C5" ซึ่งแท้จริงแล้วมันก็หมายถึงข้อกระดูกสันหลังของมนุษย์เราครับ โดยในกรณีนี้เอามาใช้กับผู้ป่วยอัมพาต ก็จะเป็นการระบุข้อต่อส่วนที่ได้รับความเสียหายนั่นเอง

อย่างที่เห็นในรูปด้านบนครับ ผู้ป่วยที่กระดูกส่วน C5 เสียหาย จะไม่สามารถรู้สึกหรือสั่งงานอวัยวะส่วนที่อยู่ต่ำกว่าหัวไหล่ลงไปได้เลย ดังนั้นผู้ป่วยจึงขยับได้แค่หัวไหล่สองข้างและศีรษะครับ
หลายท่านอาจจะเริ่มสงสัยแล้วครับว่า ถ้าในเมื่ออวัยวะส่วนบนยังสั่งงานได้ ทำไมผมไม่เลือกใช้ระบบการสั่งงานจาก"เสียงพูด" "สัญญาณไฟฟ้า EMG,EKG" หรือแม้แต่การใช้กล้อง webcam จับการเคลื่อนไหวของศีรษะ เอาล่ะ

คำตอบก็ต้องย้อนกลับขึ้นไปด้านบนครับ ว่าโปรเจคนี้ผมต้องการผลิตระบบควบคุมแบบใหม่ที่มีราคาถูก ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และมีผลจากปัจจัยภายนอกน้อย ซึ่งหากใช้การวัดสัญญาณกล้ามเนื้อหรือสมอง ก็จะมีผลในเรื่องของเหงื่อ/ความชื้น และราคาอุปกรณ์ที่สูง ส่วนการใช้กล้องจับภาพศีรษะหรือเสียงพูดก็จะมีปัญหาการปรับแต่ง(calibration) ค่าแสง/เสียง และจำเป็นต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดครับ
ด้วยเหตุนี้เซนเซอร์วัดความเร่ง 2 แกนเบอร์ ADXL202 และเข็มทิศดิจิตอล CMPS03 จึงถูกนำมาติดที่หมวกหรือตัดยึดกับศีรษะผู้ป่วย ที่สามารถตรวจรู้การขยับของศีรษะได้รวมถึงสามารถระบุตำแหน่งของศีรษะที่แน่นอนอีกด้วย นอกจากนี้ปัจจัยในเรื่องของความชื้น แสง เสียง ก็ไม่อาจรบกวนได้ จึงเหมาะแก่การที่ผู้ป่วยจะสวมอุปกรณ์วัดนี้แล้วใช้ได้จริงที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่แต่ในห้องแอร์หรือสภาพแวดล้อมปิดนั่นเองครับ

การที่เราสามารถรู้การขยับของศีรษะผู้ป่วยได้ ก็เท่ากับว่าเรามีวิธีการป้อนชุดคำสั่งที่กว้าง เนื่องจากการออกคำสั่งทั้งหมดจะมาจากรูปแบบการขยับของศีรษะผู้ป่วยหรือที่เรียกว่าระบบ motion recognition นั่นเอง
และผลจากการขยับศีรษะ ก็จะมีลักษณะสัญญาณที่ตรวจวัดได้ดังรูปด้านล่างนี้ครับ

สัญญาณที่เห็นในด้านซ้ายมือ คือสัญญาณที่วัดได้จากเจ้าเข็มทิศดิจิตอล CMPS03 เมื่อผู้ใช้หันศีรษะไปทางซ้ายครับ ค่าที่ได้นั้นผมไม่ได้แก้ไขเป็นองศา แต่ใช้ค่าดิบที่วัดได้จาก PWM สัญญาณที่เข้ามาครับ ส่วนกราฟด้านขวานั้นเป็นสัญญาณจาก ADXL202 เมื่อมีการผงกศีรษะ สังเกตเห็นว่าความเร่งจะเปลี่ยนไปเนื่องจากมุมระนาบของหมวกที่ทำกับความเร่งโลก (g) เปลี่ยนตามระนาบของศีรษะ ดังนั้นเราก็สามารถเอาสัญญาณจากกราฟทั้งสองนี้มาใช้เพื่อประมวลผลหารูปแบบการเคลื่อนไหวของศีรษะได้แล้วครับ

รูปด้านบนนี้แสดงถึงแผนภาพใหญ่ของการควบคุมแขนกล การขยับศีรษะแหละหัวไหล่ของผู้ป่วยจะถูกตรวจรู้และส่งค่าเข้าหน่วยประมวลผลกลาง ซึ่งใช้ MCS51 เบอร์ P89V51RD2 เป็นตัวหลัก จากนั้นก็จะควบคุมมอเตอร์ในแต่ละข้อต่อให้ขยับเคลื่อนไหวไปตามตำแหน่งของโปรแกรมนั้นๆ โดยมี Potentiometer หรือ Rโวลุ่ม ตรวจสอบแต่ละข้อต่อ เพื่อป้อนกลับค่าองศาของข้อต่อ
ถัดจากการออกแบบระบบควบคุมหลักแล้ว ก็เริ่มออกแบบแขนกลต้นแบบครับ โดยเริ่มต้นก็ต้องทำการศึกษาวิชา Kinesiology เสียก่อน ซึ่งเป็นวิชาที่ว่าด้วยลักษณะทางกายภาพของร่างกายมนุษย์เราครับ

หลังจากได้เรียนรู้แล้วว่า แขนมนุษย์เรามีกี่ Degree of Freedom (อิสระการเคลื่อนไหว) และความยาวแขน/อัตราส่วนมือควรเป็นอย่างไร ก็เริ่มดำเนินการออกแบบด้วยโปรแกรม CAD ครับ โดยการที่เริ่มต้นออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ก่อนนี้ ข้อดีคือเราจะได้มองเห็นปัญหาก่อนที่จะเริ่มผลิตจริงครับ อาทิเช่นการขัดกันชนกันของ bolt หรือชิ้นส่วนต่างๆ รวมไปถึงเรายังสามารถใช้ลูกเล่นในโปรแกรมคำนวนความแข็งแรงโครงสร้าง(Finite Element Analysis)ได้ครับ ว่าชิ้นส่วนแบบนี้จะสามารถทนทานต่อการใช้งานจริงได้หรือไม่

จากนั้นเมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จแล้ว เราก็ทำการสร้างต้นแบบขึ้นมาครับ

หลังจากมีแขนกลแล้ว ผมก็เริ่มออกแบบวงจรไฟฟ้าต่อครับ เนื่องจากมอเตอร์ที่ใช้นั้นกินกำลังสูง 12V. 80W. การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความทนทาน และการลดปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวนจากความถี่และสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเมื่อมีกระแสสูงครับ .. ในรูปด้านล่างจะเห็นว่าผมแยกระบบไฟส่วนข้อต่อต่างๆ ออกจากกันและมีไฟแสดงสถานะ เพื่อง่ายต่อการเช็คระบบยามเกิดปัญหาครับ

เมื่อได้แขนกลต้นแบบ บอร์ดวงจรไฟฟ้าแล้ว ถัดมาก็มาถึงการเขียนโปรแกรมครับ ผมก็พัฒนาด้วยภาษา C และกำหนดรูปแบบการสั่งงานขึ้นมาเองทั้งหมด อาทิเช่นถ้าต้องการกำมือก็ให้ผงกหัว 2 ที ถ้าต้องการปล่อยมือก็ให้ผงกหัว 3 ที ซึ่งรูปแบบการสั่งงานที่มากกว่านี้สามารถดูได้ในวีดีโอด้วยล่างครับ

ดูรูปด้านบนแล้วอาจจะงงๆ ว่าคืออะไร กราฟด้านบนแสดงระบบควบคุม I (Integrated-controller) ที่ผมนำมาใช้ในการควบคุมแขนกลด้วยครับ ระบบควบคุมนี้ก็ถูกใส่เข้าไปใน code โดยรับค่ามุมองศาที่ป้อนกลับจาก Potentiometer มาบวก/ลบกับความเร็วมอเตอร์ เพราะการขยับข้อต่อแต่ละครั้งเราต้องการให้ข้อต่อมีความเร็วเชิงมุมที่คงที่และเข้าสู่ steady state ที่ถูกต้อง แต่ด้วยเหตุที่ข้อต่อแต่ละส่วนนั้นไม่มีความซับซ้อนเท่าไรนักและระบบไม่ได้ต้องการการตอบสนองที่เร็วมาก ผมเลยเลือกใช้แค่ I-controller ครับ ไม่จำเป็นต้องถึงระดับ PID

จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการยืดหดแขนครับ เนื่องจากเราต้องการให้แขนกลนี้สามารถหยิบของที่ตำแหน่งต่างๆ จึงต้องทำการวิเคราะห์หาระยะทำการเสียก่อน โดยพิจารณาในระนาบเดียวหนึ่ง และมีผลการคำนวนดังนี้

จากการใช้สมการข้างต้น plot บนโปรแกรมคณิตศาสตร์ก็จะสามารถบอกตำแหน่งที่"มือ"สามารถเอื้อมไปถึงได้ (ทั้งหมดหน่วยเป็นซม.) โดยแทนด้วยกากบาทสีแดง ส่วนวงกลมสีน้ำเงินคือตำแหน่งของข้อศอกในท่าทางต่างๆ หลังจากนั้นเราก็คำนวนหาค่าสมการย้อนกลับด้วยโปรแกรมทางคณิตศาสตร์ก็จะได้เป็นฟังก์ชั่นหาค่าองศาของข้อต่อแต่ละข้อเมื่อป้อนตำแหน่งมือที่ต้องการลงไปนั่นเอง

เมื่อทุกส่วนเสร็จสมบูรณ์ ผมก็เริ่มทำการทดสอบเจ้าแขนกลนี้ครับ ในรูปด้านบนเป็นภาพขณะที่ผมกำลังทดลองใช้แขนกลนี้เป็นครั้งแรก หลังจากเอาทุกอย่างมารวมกัน (กลางๆ เดือนกุมภาปี 52) โดยเบื้องหลังรูปภาพนี้ ผมก็โดนเจ้าแขนกลฟาดไปหลายทีครับ ฮ่าๆ ซึ่งก็เป็นปรกติครับสำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันก็มักจะแสดงปัญหาออกมา โดยผมก็ใช้เวลาประมาณ 1เดือนเศษแก้ไขปรับปรุงส่วนต่างๆ จนสุดท้ายแขนกลนี้ปัจจุบันก็สามารถเอื้อมหยิบขวดน้ำได้แล้วครับ

นอกจากนี้ผมก็เกิดไอเดียเพิ่มเติมว่า ทำไมเราต้องจบโปรเจคนี้แค่สั่งงานแขนกลด้วยล่ะ เนื่องจากผู้ป่วยกรณีศึกษาที่ผมทำโปรเจคให้นี้เค้าอยากเป็นนักเขียน ดังนั้นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเขียนหนังสือจึงน่าจะมีความจำเป็นต่อเขามาก รวมไปถึงการหาข้อมูลแรงบันดาลใจอื่นๆ เขาก็จะสามารถหาดูได้ทางอินเตอร์เน็ต ผมก็เลยพัฒนาโปรแกรมต่อให้สามารถควบคุมบังคับ Cursor บนจอคอมพิวเตอร์ได้ด้วยครับ .. ซึ่งผลโปรแกรมพิเศษนี้จะเป็นอย่างไร ก็มีแสดงในวีดีโอด้านล่างเช่นกันฮะ

ผลงานอัจฉริยะ

 

จากที่เห็นในวีดีโอ จะพบว่าระบบแขนกลคนพิการนี้สามารถทำงานได้ 2 โหมดใหญ่ครับ คือ
1.โหมดควบคุมแขนกล
2.โหมดควบคุม cursor บนจอคอมพิวเตอร์
โดยการเลือกโหมดใหญ่ก็ทำได้โดยการผงกศีรษะตอนเริ่มแรกครับ ในส่วนของโหมดควบคุมแขนกล ผมก็ขอสรุปตารางการทำงานทั้งหมด มาไว้ดังข้างล่างนี้

ซึ่งจะเห็นได้ว่า การบังคับควบคุมแขนและการขยิบจับทั้งหมดนี้ สามารถทำได้โดยใช้เพียงศีรษะและหัวไหล่ 2 ข้างเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยอัมพาตระดับเดียวกันก็มีขีดความสามารถไม่เท่ากัน อาทิเช่นพี่คนที่ผมตั้งใจจะทำเจ้าแขนกลนี้ให้เขาหันหน้าทางขวาได้น้อยกว่าทางซ้ายครับ ดังนั้นการการออกแบบโปรแกรมจึงจำเป็นต้องทำเพื่อผู้ป่วยแต่ละคนโดยเฉพาะ หรือเรียกง่ายๆ ว่า made to order เลยนั่นเอง


ในโหมดใหญ่ที่ 2 คือการบังคับ cursor ทุกท่านคงได้เห็นในช่วงกลางวีดีโอที่มีคนมาช่วยผมอธิบาย.. ในโหมดใหญ่นี้การบังคับไม่ซับซ้อนเลยครับ การขยับศีรษะขึ้นลงซ้ายขวาก็เปรียบได้กับการขยับ cursor ไปบนแกน XY ของหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยมีการอำนวยความสะดวกเล็กน้อยตรงที่หากผู้ใช้หันหน้าไปเล็กน้อย cursor ก็จะเลื่อนช้า แต่ถ้าหันหน้าไปมากก็จะเลื่อนเร็ว ทำให้สามารถบังคับ cursor ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนการคลิกซ้ายขวานั้นก็ใช้การกระดกหัวไหล่ตามปรกติ ซึ่งก็สามารถทำการดับเบิ้ลคลิกได้ตามปรกติครับ

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณโครงการ IRPUS51 ที่สนับสนุนทุนวิจัยครับ ที่ขาดไม่ได้คือพี่เก๋ผู้ป่วยอัมพาตที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำโครงงานนี้ หวังว่าในไม่ช้าไม่ทางตรงก็ทางอ้อมผมจะได้มีโอกาสสร้างอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อให้พวกท่านได้ใช้จริง และต้องขอบพระคุณท่านรศ.ดร.มานะ ศรียุทธศักดิ์ ที่ได้สอนแง่คิดต่างๆ มากมายในการทำ senior project ครั้งนี้ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม และขอให้สนุกกับการทำงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ครับ!

รูปผลงาน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

ผลงานที่ผ่านมา
2008
HRH Crown Prince Trophy to the national excellent group of students
1st place of the world: World Robocup 2008 (SSL), Suzhou, China
3rd Place of TPA PLC RoboPetanque Competition, Bangkok
1st place Robocup Thailand Championship 2008, Pantip Plaza, Bangkok
2005-2007
Last 10 teams round in National RFID Innovation Challenge 2007
Junior Science Talent Project (JSTP 10th)
IDC Robocon 2007: International Design Contest, Bangkok, Thailand
Pre-Quarterfinal round of TPA PLC RoboDart 2007, Bangkok
Thailand Rescue Robot 2006, Bangkok
TPA Robocon 2006, Bangkok
2001-2004
2nd place of World Robot Olympiad 2004 (Sumo robot), Singapore
3rd Thailand WRO 2004 (creative robot contest), Thailand
3rd place of Soccer Robot league in Thailand IROC 2003
1st place of IPST robot competition (Bangkok region)
2nd place of TPA Thailand Junior Grand prix 2003
IROC 2002, Beijing, China
1st place of Thailand IROC2002, Bangkok
IROC 2001, Hong Kong
1st place of Thailand IROC 2001, Bangkok

ความสนใจ
Robotics, Embedded System, Autonomous System, Bio-mimetic sensors, EMW-based invention, Biomedical devices, management

ความสามารถ
Programming languages: C, BASIC, ASSEMBLY
Computer: CATIA, Altium DXP, VB, Keil (8051), MPLAB (PIC)
Simulation: MATLAB, CATIA
Hobby: Tennis, GO, Drawing Painting and Sculpting, Inventing, Filming, Photographing, Reading Biography and robot novel

ติดตามผลงานอื่นๆ ของผม(รวมถึงโครงงานนี้)ได้ที่นี่ครับ : http://gaprobot.spaces.live.com

  

ความเห็นเกี่ยวกับผลงาน | ดูความเห็นทั้งหมด

03 ก.ย. 2552 16:44 น.
จิราภา พูดว่า ::
 
ถามหน่อยดิ ถามอีกและ555 เพิ่มเป็นเพื่อนสนิทแล้ว มันไปขึ้นตรงไหนรือ เพิ่มแล้วไม่เกิดรัยขึ้น เอ้อ ชั้นเพิ่มนายไปด้วยนะ ลองสังเกตดูถ้าเจอ
31 ส.ค. 2552 22:54 น.
จิราภา พูดว่า ::
 
เอ้ย คนละอันกันนิฝ่า อันนี้มันแค่เปนไฟ
31 ส.ค. 2552 22:53 น.
จิราภา พูดว่า ::
 
ใช่อันเดียวกะ light sheet ป้ะ เมื่อก่อนมีคนรุจักไปญี่ปุ่นซื้อกลับมา ตารางนิ้วละ20บาท
31 ส.ค. 2552 21:59 น.
สิขรรณ พูดว่า ::
 
ขอบคุณคุณสมภัทรมากนะครับ ให้กำลังใจตลอดเลยอ่ะ
ความจริงผมสนใจเรื่องพลังงานจากทะเลมานานแล้วนะ หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันในเร็วๆ นี้นะครับ
31 ส.ค. 2552 14:42 น.
สมภัทร พูดว่า ::
 
ผมดีใจด้วยนะคับที่คุณผ่านเข้ารอบเดี๋ยววันแข่งจริงผมจะไปเชียร์คับ